วันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2555

อหังการกับดาราศาสตร์

     ในวัยเด็ก   คนเราใฝ่ฝันอยากจะเป็นโน่นเป็นนี่แตกต่างกันไป   บางคนอยากเป็นตำรวจ ทหาร ช่วยปกป้องประชาชน และประเทศชาติ   บางคนอยากเป็นครูอาจารย์ถ่ายทอดความรู้ให้นักเรียน   บางคนอยากเป็นแพทย์ พยาบาล เพื่อดูแลสุขภาพประชาชน   แต่คงมีน้อยคนที่อยากเป็นชาวนา   และคงจะมีบ้างที่อยากเป็น"นักดาราศาสตร์"
     สำหรับผู้ที่สนใจใน"ดาราศาสตร์"นั้น   ส่วนใหญ่แล้วมักจะรู้จักมักจี่กับ"คนที่ชอบดูดาว"(ซึ่งบุคคลเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องเป็นนักดาราศาสตร์ก็ได้)   ซึ่งเปรียบได้กับอัจฉริยะทางดนตรีที่มักมีพ่อแม่เป็นนักดนตรีด้วย   ความสนใจในดาราศาสตร์นั้นอาจเกิดจากการอยากรู้อยากเห็นอันเป็นลักษณะโดยทั่วไปของเด็กๆอยู่แล้ว   โดยเรามักจะมีคำถามสำคัญเกิดขึ้นในหัวสมองก็คือ   มีมนุษย์โลกอยู่ในจักรวาลเท่านั้นจริงๆหรือ?
     วันเวลาผ่านไป   เด็กๆเหล่านั้นได้หมั่นศึกษาโดยเริ่มจากส่วนที่เล็กที่สุด คือ โลกมนุษย์ของเรา   ไปสู่ส่วนที่กว้างใหญ่ขึ้น   อันได้แก่   "ระบบสุริยจักรวาล"   และใหญ่ขึ้นอีกเป็น"กาแล็กซี่"   และ"เอกภพ" ตามลำดับ   เมื่อศึกษามาจนถึงส่วนที่กว้างใหญ่ที่สุดอันได้แก่   "เอกภพ" แล้ว   หลายคนจะเริ่มเข้าใจ   และเข้าถึงบางสิ่งบางอย่าง...
     ผมขอพลิกไปยังอีกมุมหนึ่ง ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่แตกต่างออกไป   เป็นเหตุการณ์ในงานราตรีสโมสรที่รวมเอาบรรดาอัจฉริยบุคคลทั้งแพทย์ และนักวิทยาศาสตร์มารวมไว้ในสถานที่แห่งหนึ่ง   และคุณก็คือแขกรับเชิญคนสำคัญคนหนึ่งในงานนี้   เพียงแต่คุณคือ  บุคคลธรรมดาที่แต่งกายได้อย่างเหมาะสมตามประเพณีนิยม   คุณค่อยๆเดินฝ่าเข้าไปในกลุ่มอัจฉริยบุคคลเหล่านั้น   คุณคงจะได้ยินสรรพสำเนียงและคำพูดโอ้อวดสรรพคุณของตนเองพรั่งพรูเต็มสองรูหูของคุณจนมึนงงไปหมด   ใช่แล้วครับ!   ท่านอัจฉริยบุคคลเหล่านี้ได้ผ่านการศึกษาค้นคว้าวิจัยมาอย่างหนัก   ใช้เวลาหลายสิบปี   กว่าจะได้บทสรุปอันเป็นงานวิจัยอันยอดเยี่ยมซึ่งสามารถ"เปลี่ยนโลก"ได้   ฟังดูแล้วน่าตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง ที่มนุษย์เพียงไม่กี่คนจะสามารถทำให้โลกมนุษย์ของเราเจริญก้าวหน้าได้ถึงเพียงนี้   และผมก็พอจะบอกได้ว่า   ท่านอัจฉริยบุคคลเหล่านั้น คงรู้สึกปลื้มปีติเป็นอย่างยิ่ง จนหัวใจพองโตคับหน้าอก   และคงรู้สึกว่าตนเองเป็น"บุคคลพิเศษ"ซึ่งมีสถานะอยู่เหนือผู้อื่น   ประดุจว่ามีร่างกายใหญ่โตจนคับโลก
     คุณคงจะเห็นแล้วว่า   ณ จุดนี้ได้เกิด"ชนชั้น"ทางสังคมขึ้นมา   เนื่องด้วยมีคนกลุ่มหนึ่งที่คิดว่า ตัวเองยิ่งใหญ่มาก(แน่นอน...เขามีความสุขมากที่ได้คิดอย่างนั้น)   แต่ก่อนอื่น   ขออนุญาตพาท่านมองย้อนกลับไปในประเด็นที่ว่า   ถ้าคุณมีความสนิทสนมกับ"ดาราศาสตร์"อย่างลึกซึ้งแล้ว   คุณน่าจะมองเห็นอะไรบางอย่างที่หลายคนไม่เคยตระหนักเลย   ผมมั่นใจว่าคนที่สนใจดาราศาสตร์ ย่อมมองเห็นความเป็น"เศษธุลี"ของมนุษย์โลก   มองเห็นภาพ"เอกภพ"อันกว้างใหญ่ซึ่งประกอบไปด้วย"กาแล็กซี่"จำนวนมากมายมหาศาล   ซึ่งในแต่ละ"กาแล็กซี่"ก็ประกอบไปด้วย"ระบบสุริยจักรวาล"เหลือคณานับ   ยังไม่หมดครับ   "ระบบสุริยจักรวาล"ของเราก็ประกอบไปด้วยดาวเคราะห์ทั้งหมด ๘ ดวง(ในปัจจุบันนี้   เราไม่นับดาวพลูโตเป็นดาวเคราะห์ดวงที่๙ในระบบสุริยจักรวาลของเราแล้ว)   ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ "โลกมนุษย์"ของเรานั่นเอง
     เห็นไหมครับว่า   ถึงคุณจะครองโลกได้   หรือได้เป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกก็ตาม  คงจะเปรียบเทียบได้ว่า   คุณเป็นเจ้าของเม็ดทรายเพียงแค่เม็ดเดียวในหาดทรายอันกว้างใหญ่หลายพันแห่ง   คราวนี้คงจะเห็นแล้วนะครับว่า   ผู้ที่เป็นเจ้าของเม็ดทรายเพียงแค่เม็ดเดียวนั้นไม่ได้มีความแตกต่างจากผู้ที่ไม่ได้เป็นเจ้าของเม็ดทรายเลยแม้แต่เม็ดเดียว   จิตใจของเราเองต่างหากที่หลงปรุงแต่งสถานะตลอดจน"ชนชั้น"ขึ้นมา   แล้วทำให้เกิดความวุ่นวายในสังคมขึ้น   วุ่นวายอย่างไรหรือครับ?   กล่าวคือ   กลุ่ม"ชนชั้นสูง"ได้รับการปฏิบัติที่ดีกว่าคนธรรมดาสามัญอย่างชัดเจน   และนำไปสู่"ความอยุติธรรม"ในสังคม   นอกจากนั้น   ยังมีประเด็นสำคัญในแง่การบริหารจัดการ   กล่าวคือ   กลุ่มชนชั้นสูงเหล่านั้นย่อมเกิด"อหังการ"ว่า   ความคิดของตนนั้นถูกต้องเหมาะสม   และไม่รับฟังความคิดเห็นของผู้ร่วมงาน   ซึ่งทำให้เกิดความล้มเหลวในการทำงานเป็นทีม   ถ้ามองรวมทั้ง ๒ ประเด็น คือ   ความอยุติธรรม และความอหังการแล้ว   สิ่งที่จะตามมาคือ   ความแตกแยกของคนในสังคม   ซึ่งพอจะตอบคำถามที่ว่า   ทำไมอัจฉริยบุคคลเต็มบ้านเต็มเมือง   แต่โลกกลับดำเนินไปในทางที่แย่ลงๆโดยมองจากภาพรวม   ผมไม่เถียงว่า   เทคโนโลยีเจริญก้าวหน้า   แต่เราคงต้องมองในส่วนของสังคม   สิ่งแวดล้อม   การเมือง   จริยธรรม   วัฒนธรรม   และเศรษฐกิจด้วย   ซึ่งถ้าโลกเรามีทีมที่ประกอบไปด้วยบุคคลผู้ไม่มีความอหังการมาช่วยวางแผนพัฒนา และร่วมมือกันแก้ไขปัญหาต่างๆอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว   หลายสิ่งหลายอย่างคงดีขึ้นอย่างแน่นอน
     ที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น   คงพอจะทำให้คุณมองเห็นได้ว่า"อหังการ"เกี่ยวข้องกับ"ดาราศาสตร์"ได้อย่างไร   หวังว่า   เมื่อคุณได้อ่านข้อเขียนนี้จบลงแล้ว   คงจะมีผู้ที่สนใจอยากจะดูดาวกันมากขึ้นนะครับ   ก่อนจากกัน   ขอฝากคำขวัญสั้นๆไว้ว่า"ดูดาววันละนิด   พลิกความคิด   ปิดประตูอหังการ"

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น