ในวัยเด็ก คนเราใฝ่ฝันอยากจะเป็นโน่นเป็นนี่แตกต่างกันไป บางคนอยากเป็นตำรวจ ทหาร ช่วยปกป้องประชาชน และประเทศชาติ บางคนอยากเป็นครูอาจารย์ถ่ายทอดความรู้ให้นักเรียน บางคนอยากเป็นแพทย์ พยาบาล เพื่อดูแลสุขภาพประชาชน แต่คงมีน้อยคนที่อยากเป็นชาวนา และคงจะมีบ้างที่อยากเป็น"นักดาราศาสตร์"
สำหรับผู้ที่สนใจใน"ดาราศาสตร์"นั้น ส่วนใหญ่แล้วมักจะรู้จักมักจี่กับ"คนที่ชอบดูดาว"(ซึ่งบุคคลเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องเป็นนักดาราศาสตร์ก็ได้) ซึ่งเปรียบได้กับอัจฉริยะทางดนตรีที่มักมีพ่อแม่เป็นนักดนตรีด้วย ความสนใจในดาราศาสตร์นั้นอาจเกิดจากการอยากรู้อยากเห็นอันเป็นลักษณะโดยทั่วไปของเด็กๆอยู่แล้ว โดยเรามักจะมีคำถามสำคัญเกิดขึ้นในหัวสมองก็คือ มีมนุษย์โลกอยู่ในจักรวาลเท่านั้นจริงๆหรือ?
วันเวลาผ่านไป เด็กๆเหล่านั้นได้หมั่นศึกษาโดยเริ่มจากส่วนที่เล็กที่สุด คือ โลกมนุษย์ของเรา ไปสู่ส่วนที่กว้างใหญ่ขึ้น อันได้แก่ "ระบบสุริยจักรวาล" และใหญ่ขึ้นอีกเป็น"กาแล็กซี่" และ"เอกภพ" ตามลำดับ เมื่อศึกษามาจนถึงส่วนที่กว้างใหญ่ที่สุดอันได้แก่ "เอกภพ" แล้ว หลายคนจะเริ่มเข้าใจ และเข้าถึงบางสิ่งบางอย่าง...
ผมขอพลิกไปยังอีกมุมหนึ่ง ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่แตกต่างออกไป เป็นเหตุการณ์ในงานราตรีสโมสรที่รวมเอาบรรดาอัจฉริยบุคคลทั้งแพทย์ และนักวิทยาศาสตร์มารวมไว้ในสถานที่แห่งหนึ่ง และคุณก็คือแขกรับเชิญคนสำคัญคนหนึ่งในงานนี้ เพียงแต่คุณคือ บุคคลธรรมดาที่แต่งกายได้อย่างเหมาะสมตามประเพณีนิยม คุณค่อยๆเดินฝ่าเข้าไปในกลุ่มอัจฉริยบุคคลเหล่านั้น คุณคงจะได้ยินสรรพสำเนียงและคำพูดโอ้อวดสรรพคุณของตนเองพรั่งพรูเต็มสองรูหูของคุณจนมึนงงไปหมด ใช่แล้วครับ! ท่านอัจฉริยบุคคลเหล่านี้ได้ผ่านการศึกษาค้นคว้าวิจัยมาอย่างหนัก ใช้เวลาหลายสิบปี กว่าจะได้บทสรุปอันเป็นงานวิจัยอันยอดเยี่ยมซึ่งสามารถ"เปลี่ยนโลก"ได้ ฟังดูแล้วน่าตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง ที่มนุษย์เพียงไม่กี่คนจะสามารถทำให้โลกมนุษย์ของเราเจริญก้าวหน้าได้ถึงเพียงนี้ และผมก็พอจะบอกได้ว่า ท่านอัจฉริยบุคคลเหล่านั้น คงรู้สึกปลื้มปีติเป็นอย่างยิ่ง จนหัวใจพองโตคับหน้าอก และคงรู้สึกว่าตนเองเป็น"บุคคลพิเศษ"ซึ่งมีสถานะอยู่เหนือผู้อื่น ประดุจว่ามีร่างกายใหญ่โตจนคับโลก
คุณคงจะเห็นแล้วว่า ณ จุดนี้ได้เกิด"ชนชั้น"ทางสังคมขึ้นมา เนื่องด้วยมีคนกลุ่มหนึ่งที่คิดว่า ตัวเองยิ่งใหญ่มาก(แน่นอน...เขามีความสุขมากที่ได้คิดอย่างนั้น) แต่ก่อนอื่น ขออนุญาตพาท่านมองย้อนกลับไปในประเด็นที่ว่า ถ้าคุณมีความสนิทสนมกับ"ดาราศาสตร์"อย่างลึกซึ้งแล้ว คุณน่าจะมองเห็นอะไรบางอย่างที่หลายคนไม่เคยตระหนักเลย ผมมั่นใจว่าคนที่สนใจดาราศาสตร์ ย่อมมองเห็นความเป็น"เศษธุลี"ของมนุษย์โลก มองเห็นภาพ"เอกภพ"อันกว้างใหญ่ซึ่งประกอบไปด้วย"กาแล็กซี่"จำนวนมากมายมหาศาล ซึ่งในแต่ละ"กาแล็กซี่"ก็ประกอบไปด้วย"ระบบสุริยจักรวาล"เหลือคณานับ ยังไม่หมดครับ "ระบบสุริยจักรวาล"ของเราก็ประกอบไปด้วยดาวเคราะห์ทั้งหมด ๘ ดวง(ในปัจจุบันนี้ เราไม่นับดาวพลูโตเป็นดาวเคราะห์ดวงที่๙ในระบบสุริยจักรวาลของเราแล้ว) ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ "โลกมนุษย์"ของเรานั่นเอง
เห็นไหมครับว่า ถึงคุณจะครองโลกได้ หรือได้เป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกก็ตาม คงจะเปรียบเทียบได้ว่า คุณเป็นเจ้าของเม็ดทรายเพียงแค่เม็ดเดียวในหาดทรายอันกว้างใหญ่หลายพันแห่ง คราวนี้คงจะเห็นแล้วนะครับว่า ผู้ที่เป็นเจ้าของเม็ดทรายเพียงแค่เม็ดเดียวนั้นไม่ได้มีความแตกต่างจากผู้ที่ไม่ได้เป็นเจ้าของเม็ดทรายเลยแม้แต่เม็ดเดียว จิตใจของเราเองต่างหากที่หลงปรุงแต่งสถานะตลอดจน"ชนชั้น"ขึ้นมา แล้วทำให้เกิดความวุ่นวายในสังคมขึ้น วุ่นวายอย่างไรหรือครับ? กล่าวคือ กลุ่ม"ชนชั้นสูง"ได้รับการปฏิบัติที่ดีกว่าคนธรรมดาสามัญอย่างชัดเจน และนำไปสู่"ความอยุติธรรม"ในสังคม นอกจากนั้น ยังมีประเด็นสำคัญในแง่การบริหารจัดการ กล่าวคือ กลุ่มชนชั้นสูงเหล่านั้นย่อมเกิด"อหังการ"ว่า ความคิดของตนนั้นถูกต้องเหมาะสม และไม่รับฟังความคิดเห็นของผู้ร่วมงาน ซึ่งทำให้เกิดความล้มเหลวในการทำงานเป็นทีม ถ้ามองรวมทั้ง ๒ ประเด็น คือ ความอยุติธรรม และความอหังการแล้ว สิ่งที่จะตามมาคือ ความแตกแยกของคนในสังคม ซึ่งพอจะตอบคำถามที่ว่า ทำไมอัจฉริยบุคคลเต็มบ้านเต็มเมือง แต่โลกกลับดำเนินไปในทางที่แย่ลงๆโดยมองจากภาพรวม ผมไม่เถียงว่า เทคโนโลยีเจริญก้าวหน้า แต่เราคงต้องมองในส่วนของสังคม สิ่งแวดล้อม การเมือง จริยธรรม วัฒนธรรม และเศรษฐกิจด้วย ซึ่งถ้าโลกเรามีทีมที่ประกอบไปด้วยบุคคลผู้ไม่มีความอหังการมาช่วยวางแผนพัฒนา และร่วมมือกันแก้ไขปัญหาต่างๆอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว หลายสิ่งหลายอย่างคงดีขึ้นอย่างแน่นอน
ที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น คงพอจะทำให้คุณมองเห็นได้ว่า"อหังการ"เกี่ยวข้องกับ"ดาราศาสตร์"ได้อย่างไร หวังว่า เมื่อคุณได้อ่านข้อเขียนนี้จบลงแล้ว คงจะมีผู้ที่สนใจอยากจะดูดาวกันมากขึ้นนะครับ ก่อนจากกัน ขอฝากคำขวัญสั้นๆไว้ว่า"ดูดาววันละนิด พลิกความคิด ปิดประตูอหังการ"
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น