วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ข้อสันนิษฐานว่าด้วยความสนใจกีฬาของคนไทย

     "กีฬาเป็นยาวิเศษ"   หลายๆคนคงคุ้นเคยกับประโยคนี้เป็นอย่างดี   นับตั้งแต่โบราณกาลมาแล้ว   ที่มนุษย์ได้ออกกำลังกายอย่างไม่ได้ตั้งใจ   ได้แก่   การล่าสัตว์   การหลบหนีภัยอันตรายตามธรรมชาติ   การก่อสร้างที่อยู่อาศัย   เป็นต้น   ซึ่งทำให้มนุษย์ในสมัยโบราณมีร่างกายที่สมส่วน   และแข็งแรง   อีกทั้งไม่มีโรคภัยไข้เจ็บในแบบที่คนสมัยนี้มักเป็นกัน(แต่เราคงไม่เน้นถึงเรื่องวิทยาการทางการแพทย์ในการรักษาโรคติดเชื้อ และโรคอื่นๆที่คนสมัยโบราณไม่สามารถรักษาให้หายได้   และโรคเหล่านั้นก็ได้ทำให้คนในสมัยโบราณเจ็บป่วยล้มตายไปเป็นจำนวนมากมายมหาศาล   ซึ่งในประเด็นนี้   คนสมัยนี้ย่อมได้เปรียบอยู่แล้ว
     ตำราทางวิชาการ และวารสารทางการแพทย์ได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับผลการวิจัยในแง่คุณประโยชน์ของการออกกำลังกายไว้มากมาย   โดยการออกกำลังกายมีประโยชน์ทั้งในด้านร่างกาย   จิตใจ   และสังคม   ซึ่งคนทั่วไปก็ได้รับรู้ถึงประโยชน์เหล่านี้เป็นอย่างดี   ได้มีการตื่นตัว และให้ความสนใจกีฬากันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด   สังเกตได้ตามสนามกีฬา และสวนสาธารณะที่มีผู้คนมาออกกำลังกายกันเป็นจำนวนมาก   แต่ถ้ามองกันลึกๆแล้ว   จะทำให้ได้ข้อสันนิษฐานว่า   เป็นไปได้ที่ว่าคนไทยไม่ได้ชอบกีฬาเพราะเห็นประโยชน์ของกีฬา   หรือหลงใหลในกีฬาประเภทนั้นอย่างแท้จริง   มาลองดูกันดีกว่าว่า   ทำไมคนไทยถึงสนใจกีฬากันมากขึ้น...
     ๑.สนใจในประเภทกีฬาที่มีคนไทย   รวมทั้งลูกครึ่งไทยซึ่งมีฝีมือ และชื่อเสียงอยู่ในระดับโลก   กีฬาเหล่านั้นได้แก่   มวยสากล   สนุกเกอร์   เทนนิส   กอล์ฟ    เทควันโด   เป็นต้น   คุณคงรู้จักไทเกอร์ วูด   เขาทราย กาแล็กซี่   รัชพล ภู่โอบอ้อม(ต๋อง ศิษย์ฉ่อย)   ภราดร ศรีชาพันธุ์   แทมมารีน ธนสุกาญจน์   ดนัย อุดมโชค และอีกหลายๆคนเป็นอย่างดี   ที่มาที่ไปของเรื่องนี้ก็คือ   ความรู้สึกลึกๆในจิตใจของคนไทยว่า   ตัวเองไม่เก่ง   ตัวเองไม่มีคุณค่า   ตัวเองอ่อนด้อยกว่าคนชาติอื่นๆ   ก็เลยต้องพยายามไขว่คว้าหาหลักยึดเหนี่ยว   อันแสดงให้เห็นว่า   ตัวเรานั้นก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร   ซึ่งที่แท้ก็มัวแต่สนใจตัวเอง   ไม่ได้สนใจกีฬาเท่าไหร่หรอก
     ๒. ชอบที่ตัวนักกีฬา   แต่ไม่ได้ชอบกีฬาประเภทนั้นจริงๆ   เห็นได้ชัดจากกีฬาเทนนิส กับฟุตบอล   ซึ่งมีนักกีฬาที่หล่อ และสวยอยู่หลายคน   เช่น กลุ่มนักเทนนิสสาวสวยนับตั้งแต่รุ่นของแอนนา คูร์นิโคว่า   จนมาถึงนักเทนนิสสาวชาวเซอร์เบีย และรัสเซียอีกหลายคน   ส่วนนักฟุตบอลที่โดดเด่นมากที่สุดในตอนนี้ก็เห็นจะเป็นนายโรนัลโดแห่งทีมชาติโปรตุเกสที่ยังมาช่วยโฆษณาขายรถกระบะในประเทศไทยอีกเสียด้วยสิ
     ๓. เล่นกีฬาเอาไว้เสริมภาพพจน์ของตัวเองให้ดูดีมีระดับ   ...ประมาณว่ามีรสนิยมวิไล   ซึ่งมักจะเป็นกีฬาที่มีค่าใช้จ่ายสูง และเหมาะสำหรับคนรวยเล่น   ส่วนพวกเบี้ยน้อยหอยน้อยก็คงต้องชิดซ้ายตกข้างทางไปตามระเบียบ   ใครคิดจะเล่นกีฬาเหล่านี้คงต้องกระเป๋าหนักกันพอสมควร   ตัวอย่างเช่น   กอล์ฟ   ขี่ม้า   ดำน้ำ   เจทสกี   แข่งรถ   เป็นต้น
     ๔. สนใจ และเล่นกีฬาเอาไว้ประจบเจ้านาย    เพื่อความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานของตัวเอง   ที่เห็นได้บ่อยๆ คือ กอล์ฟ นั่นเอง   เพราะท่านเจ้านายส่วนใหญ่เป็นคนขี้เกียจออกแรง   แม้กระทั่งการเล่นกีฬาก็ยังไม่อยากใช้แรงมากๆ   รวมทั้งอาจมีปัจจัยในด้านความชราภาพ และน้ำหนักตัวที่เกินพิกัดเข้ามาเกี่ยวข้อง   ทำให้ต้องหากีฬาที่ไม่หนักหนาสาหัสจนเกินไป   คุณคงจะเคยได้ยินเพือนๆของคุณหลายคนที่ต้องใช้ช่วงเวลาในวันหยุดสุดสัปดาห์ไปตีกอล์ฟกับเจ้านาย   แต่กลับไม่สนใจลูกเมียที่บ้าน   ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมดาของสังคมสมัยนี้ไปเสียแล้ว
     ๕. สนใจและเล่นกีฬาประเภทนั้นๆเพราะชื่นชมคลั่งไคล้ในวีรบุรษของตัวเอง   ซึ่งเราได้เห็นตัวอย่างมามากมาย   ไม่เว้นแม้กระทั่งคนใกล้ตัว   อย่างน้อยคงเคยได้ยินเด็กๆบางคนบอกถึงความใฝ่ฝันว่า   เขาอยากเล่นบาสเกตบอลได้เก่งเหมือนไมเคิล จอร์แดน
     ๖. สนใจและเล่นกีฬาเนื่องจากถูกพ่อแม่ หรือญาติพี่น้องกระตุ้นให้สนใจ   ในกลุ่มนี้มักจะมีพ่อแม่ที่สนใจเล่นกีฬาประเภทนั้นๆอยู่แล้ว   ส่วนหนึ่งของพ่อแม่เหล่านี้ต้องการให้ลูกเล่นกีฬาประเภทนี้ให้เก่งหรือได้แชมป์เหมือนกับที่ตัวเองทำได้   หรือเพื่อชดเชยกับความรู้สึกด้อยที่ตนเองไม่ประสบความสำเร็จในกีฬาประเภทนั้น   รวมทั้งอีกส่วนหนึ่งคือ   กลุ่มพ่อแม่ที่ชอบเล่นกีฬาด้วยความบริสุทธิ์ใจ   เล่นเพื่อความสนุกสนาน และเพื่อสุขภาพ   ไม่ได้คิดจะแข่งขัน   ถ้าคุณได้ลองเดินเข้าไปในสนามเทนนิสบางแห่งแล้ว   จะได้เห็นพ่อแม่บางคนที่กำลังสอนลูกตัวน้อยๆให้เล่นเทนนิสทั้งๆที่หนูน้อยคนนั้นยังไม่ค่อยจะมีแรงยกแร็กเกตขึ้นมาถือได้อย่างมั่นคงนัก  ...ทรมานเด็ก
     ๗. สนใจกีฬาตามละครโทรทัศน์ หรือภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับกีฬา   ผมยังพอจำได้ว่า   เมื่อนานมาแล้ว   ตอนที่เมืองไทยมีละครโทรทัศน์ที่เกี่ยวกับกีฬาแบดมินตัน   ปรากฏว่า   มีคนหันมาเล่นแบดมินตันกันเยอะมาก   แถมยังเลือกใช้แร็กเกตยี่ห้อเดียวกับที่นักแสดงใช้ในเรื่องเสียด้วย   จนกระทั่งละครเรื่องนี้อวสานไป   คนจึงค่อยๆเลิกสนใจกีฬาแบดมินตันไป   ทั้งนี้คงต้องกล่าวรวมถึงละครโทรทัศน์ของญี่ปุ่นอีกหลายเรื่องที่มีอิทธิพลต่อการเล่นกีฬาของคนไทยในช่วงที่ละครเรื่องนั้นกำลังออกอากาศ   เช่น   ยอดหญิงสิงห์เทนนิส   เงือกสาวเจ้าสระ   เป็นต้น
     ๘. ฐานะทางการเงิน และวิถึชีวิตบังคับให้ต้องเล่นกีฬาบางประเภท   สมมุติว่า   คุณต้องไปทำงานในชนบทที่ห่างไกลทุรกันดาร   ซึ่งไม่ค่อยมีสนามกีฬา และอุปกรณ์กีฬาให้เล่น   คุณคงต้องวิ่งออกกำลังกาย   วิดพื้น   หรือบริหารร่างกายไปตามมีตามเกิด   เพราะมีปัญญาทำได้แค่นั้นจริงๆ  และถ้าทั้งเนื้อทั้งตัวของคุณมีเงินแค่ ๒๐๐-๓๐๐ บาท  ก็คงพอจะซื้อรองเท้ากีฬาได้สัก ๑ คู่  อย่างไรก็ตาม   ถ้าจะให้ดีแล้ว   ก็ควรเจียดสตางค์ไปซื้อเชือกสำหรับเอามากระโดดเชือกด้วยก็จะดีไม่น้อย
     ๙. ชอบเล่นกีฬาตามเพื่อน   โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่ยังค้นหาตัวเองไม่เจอ   ขาดความเป็นตัวของตัวเอง   และขาดความตระหนักในคุณค่าของตัวเอง(self-esteem)   จึงต้องคอยหาสิ่งที่มาเสริมคุณค่าให้ตัวเอง   นั่นก็คือ  การได้รับการยอมรับจากเพื่อนฝูง   ในคนเหล่านี้   ถ้าเพื่อนพากันไปเล่นฟุตบอล   ตัวเองก็จะไปเล่นฟุตบอลด้วย   พอเพื่อนเปลี่ยนไปเล่นแบดมินตัน   ตัวเองก็จะหันไปเล่นแบดมินตันด้วย   แล้วพอเพื่อนหันไปเล่นวอลเลย์บอล   ตัวเองก็ตามไปเล่นด้วย   ...เป็นอย่างนี้ไม่รู้จักจบสิ้น   ซึ่งเราก็ได้แต่คาดหวังว่า   เมื่อเขาเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้ว   คงจะเริ่มคิดได้   และได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบจริงๆเสียที
     ๑๐. เล่นกีฬาเพื่อต้องการนำไปใช้ประโยชน์   โดยเฉพาะเพื่อช่วยให้ตนเองรอดพ้นจากภยันตรายต่างๆ   ซึ่งคุณจะพบเห็นตัวอย่างได้มากมาย เช่น 
     ก. ผู้หญิงเล่นเทควันโด   คาราเต้   ยูโด   เพื่อป้องกันตัวเองจากชายโฉดทั้งหลาย
     ข. หลายๆคนฝึกว่ายน้ำเพื่อช่วยเหลือตัวเองเวลาตกน้ำ หรือเรือล่ม
     ค. หลายๆคนฝึกยิงปืนเพื่อใช้ป้องกันตัว
     ง. เมื่อผู้ที่เคยฝึกยิมนาสติกได้รับอุบัติเหตุ   จะมีการจัดท่าทางของร่างกายเพื่อให้เกิดการบาดเจ็บน้อยที่สุด
     ๑๑. ชอบกีฬาเพราะหลงใหลในเสน่ห์ของกีฬาประเภทนั้นๆอย่างแท้จริง   ซึ่งเทียบได้กับความรักอันบริสุทธิ์ใจ   ไม่มีเหตุผลอื่นใดแอบแฝง   น่าชื่นชมจริงๆ

      เมื่อท่านได้อ่านมาจนครบ ๑๑ ข้อแล้ว   ลองถามใจตัวเองดูนะครับว่า   ที่ท่านกำลังคลั่งไคล้กีฬากันอยู่นี้   มีเหตุผลอะไรแอบแฝงอยู่หรือไม่?   ถ้าเป็นเหตุผลข้อที่๑๐ หรือ ๑๑ แล้วละก็   ผมขอแสดงความชื่นชมด้วยความจริงใจ   แต่ถ้าเป็นข้ออื่นๆละก็   ใคร่ขอความกรุณาให้คุณเพิ่มระดับความจริงใจต่อตัวเองให้มากขึ้น   และปฏิบัติตามเสียงเรียกร้องของหัวใจอย่างแท้จริง   รับรองว่า   ความรู้สึกดีๆจากส่วนลึกในหัวใจจะค่อยๆตามมาในที่สุด

                                         -----------------------------------------------------
    
    
    

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น